มหัศจรรย์ “สีดิน” ในแบรนด์ “สีดี”

พลิกจากปัญหาดินไร้คุณภาพ พัฒนาเป็นสีธรรมชาติคุณค่าสูงในวงการสิ่งทองานศิลปะ พร้อมก้าวสู่สากล

เรื่องราวมหัศจรรย์ของสีดินเริ่มต้นบนพื้นที่ปลูกครามประมาณ 7 ไร่ของ ‘ศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม(2560)‘ ตำบลบ้านตาด จังหวัดอุดรธานี ซึ่งก่อตั้งโดยคุณก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ (อ.เณศ อ้วนกลม) นวัตกรชุมชนหนุ่มไฟแรงจากนครพนม จบการศึกษาสาขาจิตรกรรมประติมากรรมภาพพิมพ์ จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภรรยาสาวชาวสกลนคร ผู้ชำนาญงานผ้าย้อมคราม คุณพสธร เดชศิริอุดม (อ.หยก อ้วนกลม)

อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม เมื่อแรกก่อตั้งประมาณปี 2559 มีจุดประสงค์เพื่อสอนงานทอผ้า ย้อมผ้าให้ชาวบ้าน เพื่อนำวัฒนธรรมการทอผ้าที่สูญหายไปจากพื้นที่บ้านตาดกลับคืนมา เนื่องจากในช่วงระยะเวลานั้น ชาวบ้านพากันละทิ้งอาชีพการทอเสื่อ ทอผ้า เลิกปลูกหม่อนปลูกไหม ไม่ทำแม้กระทั่งการทอผ้าฝ้ายขาวเพื่อถวายพระในประเพณีงานบุญเข้าพรรษา แล้วหันไปทำอาชีพค้าขาย จวบจนเมื่อหลวงตาบัวละสังขาร ผู้คนจากทุกสารทิศที่เคยมาวัดเริ่มซาลง อาชีพค้าขายเริ่มซบเซา การชักชวนให้ชาวบ้านกลับมาสนใจและฝึกฝนงานทอผ้าอีกครั้งเพื่อเป็นอาชีพเสริมจึงทำได้ไม่ยาก

สิ่งจำเป็นลำดับต้นๆ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องทำพร้อมกับงานปลูกบ้าน คือการหาแหล่งน้ำ เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน และใช้ในกิจการของทางศูนย์ฯ  เมื่อลงมือขุดบ่อบาดาล 3 ครั้ง กลับพบว่าพื้นที่บริเวณนั้นใช้น้ำบาดาลไม่ได้ โดยขุดครั้งแรก เมื่อเทน้ำที่ได้ลงดินจะกลายเป็นเกลือ ขุดครั้งที่ 2 พบน้ำสีเหลือง รสชาติกร่อย ขุดครั้งที่ 3 พบว่าดินภายในบ่อเป็นดินกลุ่มเซรามิค ในขณะที่ใครๆ มองเป็นความล้มเหลว น้ำในแถบนี้มีปัญหา นำมาใช้ไม่ได้ แต่ในมุมมองของอ.เณศ อ้วนกลมผู้จบการศึกษาด้านงานจิตรกรรมและภาพพิมพ์กลับเห็นเป็นมูลค่า บ่อทั้ง 3 นี้คือวัตถุดิบอย่างดีสำหรับงานศิลปะและงานสิ่งทอ  น้ำเกลือและน้ำสีเหลืองใช้ทำงานย้อมผ้า ดินเซรามิคสามารถใช้ทำสีสกรีนได้

ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา
ความบังเอิญที่ลงตัวราวกับจับวาง

เมื่อลองนำมาผสมข้ามดิน เช่น ดินสีแดงจากศรีสะเกษและโคราช ดินสีส้มจากขอนแก่น ดินสีดำจากปทุมธานี หรือทดลองเติมดินปริมาณมากบ้าง น้อยบ้างต่างกันในการต้มแต่ละครั้ง จะได้สีใหม่ๆเพิ่มขึ้นทุกครั้ง จนในที่สุดสามารถผสมได้ถึง 480 เฉดสี

เรื่องน่าอัศจรรย์ใจ คือ สีที่ได้ทั้งหมดเป็นสีสันสดใสไม่ต่างจากสีสังเคราะห์ที่เห็นกันทั่วไป เช่น สีแดงเจิดจ้าเหมือนสีธงชาติ สีเหลืองแจ่มแบบสีมัสตาร์ด สีชมพูใส  สีฟ้ากระจ่าง โดยสีทั้งหมดนี้ สามารถทำให้เป็นโทนพาสเทลหวานๆ ได้ด้วยการผสมดินสอพองจากดินลพบุรี

เมื่อเนื้อสีพร้อมแล้ว ดินเซรามิกก็มีแล้ว องค์ความรู้พร้อม ถึงได้เวลาผลิตสีเพื่อใช้ทำงานจริงได้แล้ว สีที่แจ้งเกิดชนิดแรกของแบรนด์ “ดินไทย” จึงเป็น “สีสกรีน” จากการผสมสีกับดินเซรามิค  หลังจากนั้น สีชนิดอื่นๆ ก็ค่อยเกิดตามมา ได้แก่ สีน้ำ สีอะคริลิคที่ได้จากการผสมสีดินกับปูนขาว (Hydrate Lime) จากดินลพบุรี เป็นสีทาภายในไร้กลิ่น ปลอดสารพิษ สำหรับทาผนัง ทาบ้านดิน ทาห้องนอนเด็ก สีภาพพิมพ์ สีบาติก สีย้อมผ้า

จากการตรวจสอบคุณภาพสีทางวิชาการ พบว่าสีดินมีค่าความคงทนดีเยี่ยมและคุณสมบัติพิเศษหลายประการ คือ

  1. ค่าความคงทนต่อแสงแดด ยิ่งโดนแดด สีจะยิ่งจัด ยิ่งสวยฉ่ำ
  2. ค่าความคงทนต่อการซักล้าง ผ้าที่ย้อมด้วยสีดิน ยิ่งซักสียิ่งสดใส ไม่ซีดจาง
  3. ค่าความคงทนต่อการเสียดสีเมื่อสวมใส
  4. ค่าความคงทนต่อการเป็นเชื้อรา ผ้าย้อมด้วยสีดินจะไม่เกิดรา เป็นดวงขาวๆ
  5. ค่าความคงทนต่อความชื้น ไม่มีปัญหาผ้าชื้น สีซีดเป็นดวงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ความคุ้มค่าในขั้นตอนการย้อมผ้าด้วยสีดิน ใช้มวลของดินต่อปริมาณเส้นใยที่ย้อม น้อยกว่าการย้อมด้วยพืชมาก เช่น มวลของดิน 5 กิโลกรัมย้อมเส้นใยได้ 100 ไจ เทียบกับฝาง ที่ต้องใช้ฝางถึง 20 กิโลกรัมในการย้อมผ้าปริมาณเท่ากัน  เป็นเพราะว่าการย้อมด้วยสีดินนั้น สีจะติดคงทน สม่ำเสมอ ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ซีดลงตามจำนวนเส้นใยที่เพิ่มขึ้น เมื่อยิ่งโดนแดดหรือเจือมอร์แดนท์บางชนิด จะสีดินก็จะยิ่งเงา สวย สดใส ต่างจากการย้อมด้วยพืชที่ยิ่งย้อมสีจะยิ่งซีดลง ต้องเติมปริมาณพืชที่ใช้ย้อมเป็นระยะๆ

ทั้งหมดนี้ คือความมหัศจรรย์ของดิน…สีจากดิน … มหัศจรรย์ ”สีดิน“…

จากประสบการณ์ที่ได้พบเห็นในระหว่างเส้นทางที่ลงพื้นที่ตามจังหวัดต่างๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่ามีดินเสื่อม ดินไร้คุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ดินจากการทำการเกษตรเชิงเดี่ยว เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และยูคาลิปตัส ดินพวกนี้ต้องถูกทิ้งไว้รอการฟื้นฟู อย่างน้อย 3 เดือนจนถึง 3 ปี ในช่วงว่างนี้ ชาวบ้านสามารถใช้พื้นที่เล็กๆ ทำงานสีดิน หรืองานย้อมสีดิน สร้างประโยชน์ เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้

ส่วนดินที่หมดสภาพที่ถูกทิ้งร้างเป็นพื้นที่ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เช่น ดินลูกรัง ดินแพร่ ดินลำพูน ดินเชียงราย ดินกาญจนบุรี และอีกมากมายหลายแห่งทั่วประเทศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อาทิ ในวงการสิ่งทอและวงการศิลปะ เช่น เขียนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นต้น อีกวงการหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง คือวงการความงาม  สีจากดินและแร่ธาตุจากดินเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำเครื่องสำอาง เช่น บลัชออน ลิปสติก เหล่านี้ทั้งหมดเป็นการสร้างมูลค่าให้ดินไร้ประโยชน์ สร้างงาน สร้างอาชีพให้ชุมชนในบริเวณใกล้เคียงได้

สีดินจึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสีคุณภาพดี ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และอ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์มได้สร้างความมั่นใจแก่ชาวบ้านว่าสีดินเป็นสีคุณภาพดีจริง ชิ้นงานที่ใช้สีจากดินสามารถขายได้เหมือนกับงานที่ใช้สีประเภทอื่น จึงเป็นการส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพได้อย่างยั่งยืน

จากความตั้งใจแรก ที่ต้องการสอนชาวบ้านทอผ้า ย้อมคราม เพื่อนำวัฒธรรมอัตลักษณ์ชุมชนที่หายไปจากท้องถิ่นกลับคืนมา  ถึงวันนี้ อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์มยังได้ช่วยฟื้นฟูศิลปะลวดลายต่างๆ ขณะเดียวกันก็พัฒนาหัตถกรรมชุมชนด้วยศิลปะร่วมสมัย พัฒนากลายเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องครามของอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงในแถบอีสานเหนือ เป็นแหล่งเรียนรู้เรื่องสีธรรมชาติ ทั้งสีดินและสีจากพืชหลากชนิดหลากพันธุ์ เช่น ใบหูกวาง ต้นเข ดอกจาน ไปจนถึงฟางข้าว

คุณก่อคเณศเล่าว่า “การผลิตสีย้อมจากธรรมชาติยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดจำนวนน้ำทิ้งจากการใช้สีย้อมเคมีซึ่งทำให้ดินยิ่งเสียมากขึ้นไปอีก ตามข้อมูลของกรมพัฒนาชุมชนเมื่อปี 2560 พบว่า ผู้ประกอบการโอท็อปด้านสิ่งทอและงานทอผ้ากว่า 4 หมื่นกลุ่มทั่วประเทศนั้น มีเพียง 0.4% ที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติ นี่คือปัญหาที่เห็น”

แต่แรงบันดาลใจจากคนในครอบครัว คือ คุณยายซึ่งเป็นชาวนครพนมในเรื่องการฟื้นอัตลักษณ์ชุมชนด้วยการย้อมผ้าจากสีย้อมธรรมชาติ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้คุณก่อคเณศทำงานยกระดับหัตถกรรมชุมชนไปพร้อมกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม “ยายบอกผมว่า ยิ่งย้อมผ้าด้วยสีธรรมชาติมากเท่าไหร่ เราจะได้เห็นต้นไม้ที่เราไม่เคยเห็นกลับมาปลูกอีก ดินในบ้านเราจะเสื่อมสภาพช้าลง ทำให้ทุกครั้งที่ผมสอนชาวบ้านย้อมสีธรรมชาติ ก็จะบอกแม่ๆ ป้าๆ แบบนี้”

นวัตกรรมจากการศึกษาสีดินได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ใหม่และฐานการเรียนรู้ให้แก่สังคม มีหมู่คณะจากโรงเรียน สถาบันการศึกษา องค์กรต่างๆ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจ เข้ามาทำ workshop ที่ศูนย์ฯ เพื่อเรียนรู้เรื่องย้อมผ้า พิมพ์ผ้า ทำสีและร่วมกิจกรรมความรู้ต่างๆอยู่เสมอ  สำหรับเรื่องดินเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ มีหลายพื้นที่ หลายองค์กร สถาบันการศึกษา จากจังหวัดต่างๆ ไปจนถึงต่างประเทศเชิญไปบรรยายเรื่องเกี่ยวกับดิน สอนทำสีดิน หรือย้อมผ้าด้วยสีดินมากขึ้นเรื่อยๆ  เฉพาะช่วงตั้งแต่ปี พศ. 2565 จนบัดนี้ ได้สอนไปแล้วถึงเกือบ 600 ชุมชน ได้สร้างอาชีพ สร้างแบรนด์ใหม่ๆ มากมาย

เรื่องการย้อมผ้าด้วยสีดินนี้ ทำให้มีโอกาสได้รับใช้สนองคุณครูบาอาจารย์อันนับเป็นบุญอย่างสูง ยังความปลื้มปิติแก่ทีมงานเป็นที่สุด โดยทุกๆปี ช่วงก่อนเข้าพรรษา อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์มจะได้รับมอบหมายงานจากพระอาจารย์สุธรรม สุธัมโม เจ้าอาวาส วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) ให้ย้อมผ้าไตรด้วยสีดินถวายประมาณ 500 ผืนเพื่อท่านจะได้แจกจ่ายไปตามวัดธรรมยุติทั่วภาคอีสาน  ยิ่งกว่านั้น ท่านยังเมตตาให้ช่วยสอนลูกศิษย์ท่านอื่นๆและชาวบ้านที่สนใจ  พร้อมทั้งเขียนกรรมวิธีย้อมผ้าสีดินอย่างละเอียด ทุกขั้นตอน เพื่อเผยแพร่ แบ่งปัน ช่วยกันเก็บรักษาเป็นองค์ความรู้สืบทอดกันต่อๆ ไป

ศาสตร์และความรู้ด้านสีธรรมชาติของคนไทยที่สามารถช่วยเหลือชุมชนได้จริงนั้นได้ให้ความสนใจจากองค์กรระหว่างประเทศเช่นกัน คุณ Michaela Friberg-Storey และทีมจากสหประชาชาติได้มาเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้สินค้าไทยได้เร่งพัฒนาความร่วมมือและก้าวสู่สายตานานาชาติอีกต่อไป

อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์มนอกจากจะได้ช่วยสร้างความเข้มแข็งในเรื่องการย้อมผ้าด้วยดินธรรมชาติและสีธรรมชาติและสร้างรายได้ให้ชุมชนแล้ว ยังได้ช่วยเรื่องการช่วยดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ลดสารเคมีในการย้อม ลดน้ำเสีย ลดการเผาพืชในท้องถิ่น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดการประยุกต์ภูมิปัญญาในการสร้างสรรค์วัตถุดิบจากธรรมชาติจากพืชและของเหลือใช้ภาคเกษตรในการย้อม การเพ้นท์และงานศิลปะหลายแขนง  จึงเป็นการสนับสนุนโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพที่ใช้ทรัพยากรชีวภาพให้เกิดมูลค่าสูงสุด  นำทรัพยากรกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ให้มากที่สุด ตามแนวทาง BCG  และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนตามแนวทาง SDG อย่างเป็นรูปธรรม

“ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา
รวมกันเข้า คือทรัพย์สินแผ่นดินแม่
ฝากลูกไทย รวมใจภักดิ์รักดูแล
เพื่อมอบแก่ หลานเหลนไทยไปชั่วกาล”

(สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต์พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่ ปีพ.ศ. 2558)

👀 ดูข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/uanklomhappyfarm
👉 ไลน์: yok.auankom
📞 โทรติดต่อ: 092 656 1614

เรียบเรียงบทความโดย

ณัฏฐินี ภาสะพงศ์

โครงการ เล่าเรื่องเพื่อวิสาหกิจชุมชน สมาคมนิสิตเก่าอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เอกสารอ้างอิง

  • ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ, การสื่อสารสัมภาษณ์ส่วนบุคคล, วันที่ 19 มิถุนายน 2568
  • “ก่อคเณศ รุ้งสันเทียะ” ปราชญ์ฯ ต้นแบบสัมมาชีพ คืนวิถี ‘สีย้อมธรรมชาติ’ วันที่ 28 ตุลาคม 2566
  • https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/227652
  • เฟซบุ๊ก อ้วนกลมแฮปปี้ฟาร์ม https://www.facebook.com/uanklomhappyfarm